.Net FrameWork
  • .NET Framework คือแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาซอฟต์แวร์สร้างขึ้นโดยไมโครซอฟท์ โดยรองรับภาษาดอตเน็ตมากกว่า 40 ภาษา ซึ่งมีไลบรารีเป็นจำนวนมากสำหรับการเขียนโปรแกรม รวมถึงบริหารการดำเนินการของโปรแกรมบนดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก โดยไลบรารีนั้นได้รวมถึงส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ การเชื่อมต่อฐานข้อมูล วิทยาการเข้ารหัสลับ อัลกอริทึม การเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน

    โปรแกรมที่เขียนบนดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก จะทำงานบนสภาพแวดล้อมที่บริหารโดย Common Language Runtime (CLR) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในดอตเน็ตเฟรมเวิร์ก โดย CLR นั้นเตรียมสภาพแวดล้อมเสมือน ทำให้ผู้พัฒนาไม่ต้องคำนึงถึงความสามารถที่แตกต่างระหว่างหน่วยประมวลผลต่างๆ และ CLR ยังให้บริการด้านกลไกระบบความปลอดภัย การบริหารหน่วยความจำ และException handling ดอตเน็ตเฟรมเวิร์กนั้นออกแบบมาเพื่อให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม

    ดอตเน็ตเฟรมเวิร์กนั้นยังได้เป็นส่วนประกอบในระบบปฏิบัติการวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 และวินโดวส์วิสตา ซึ่งรุ่นแรกได้ออกในปีพ.ศ. 2545 รุ่นที่สองได้ออกในปีพ.ศ. 2548 ซึ่งตั้งแต่รุ่นแรกถึงรุ่นสองนั้นได้รองรับระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์เกือบทุกรุ่น และรุ่นที่สาม ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบันได้ออกวันที่6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยได้รองรับวินโดวส์เอกซ์พี SP2 วินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 SP1 และวินโดวส์วิสตา

    image

    .NET Framework 3.0 ได้พัฒนาเสร็จในช่วงปลายปี ค.ส. 2006 สามารถใช้ติดตั้งบนวินโดว์ส XP วินโดว์ส 2003 ได้ แต่ถ้าต้องการความสามารถเต็มที่ โดยเฉพาะความสามารถทางด้านการแสดงผลที่ชื่อ Windows Presentation Foundation (WPF) จะต้องติดตั้งบนวินโดว์สวิสต้า ซึ่งได้ออกมาในช่วงปลายเดือนมกราคม ปี ค.ส. 2007

    .NET Framework 3.0 ไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมาใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น แต่มันเกิดจากการพัฒนาต่อยอดจาก .NET Framework 2.0 ที่มีอยู่เดิมและเพิ่มส่วนประกอบสำคัญอีก 4 ส่วนดังภาพที่ 5-29

    image
    ภาพที่ 15-29 .NET Framework 3.0

    จากภาพที่ 15-29 .NET Frame 3.0 จะประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วนนอกจาก .NET Framework 2.0 ดังนี้

    1.              CardSpace เป็นสิ่งที่ใช้เก็บการ์ดที่แสดงตัวตนของเราคล้ายกับบัตรเครดิต ซึ่งเราสามารถมีได้หลายๆ ใบ เราสามารถใช้การ์ดในการทำธุรกรรมกับร้านค้าต่างๆ บนอินเตอร์เน็ตได้โดยผ่าน WCF ข้อมูล CardSpace นี้จะถูกเก็บอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ฝั่งไคลเอนต์เท่านั้น ซึ่งต่างกับ Microsoft Passport ที่เก็บอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ของเราเอง ตัวอย่างของ CardSpace ในวินโดว์สวิสต้าดังภาพที่ 15-30

    image
    ภาพที่ 15-30 CardSpace ที่ใช้เก็บการ์ดที่แสดงตัวตนของผู้ใช้ฝั่งไคลเอนต์ในวินโดว์สวิสต้า


    2.              Windows Presentation Foundation (WPF) การสร้างภาพที่แสดงบนวินโดว์สวิสต้าทั้งหมดจะใช้เทคโนโลยี Vector Graphic ซึ่งทำให้ความละเอียดของภาพไม่เสียหากมีการซูม นอกจากนี้การแสดงผลต่างๆ จะเป็นสามมิติ ทำให้เราสามารถหมุน ย่อ หรือขยายโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นได้ เนื่องการแสดงผลแบบสามมิติ และเทคโนโลยี Vector Graphic ทำให้คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งวินโดว์สวิสต้าต้องการความสามารถของการ์ดแสดงผลสามมิติที่ค่อนข้างสูง รวมถึงสเปคของเครื่องที่ควรมีหน่วยความจำอย่างน้อย 1 กิกะไบต์ เราสามารถสร้างคอนโทรลที่ใช้เทคโนโลยี WPF ด้วยภาษา XAML โดยใช้โปรแกรม Blend ในการช่วยออกแบบหน้าจอ และใช้ Visual Studio 2005 ในการเขียนโปรแกรม

    3.              Windows Communication Foundation (WCF) เป็นโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาอย่างดีสำหรับการสร้างแอพพลิเคชั่นที่เป็นแบบ Service-Oriented สำหรับท่านที่ไม่คุ้นกับคำนี้ ให้ลองนึกย้อนกลับไปที่ Object-Oriented ที่ใช้อ็อปเจ็กต์หลายๆ ตัวมาทำงานร่วมกัน แต่สำหรับ Service-Oriented จะไม่ได้มองลึกไปถึงระดับอ็อปเจ็กต์ แต่จะมองที่ระดับการให้บริการหลายๆ บริการที่ทำงานร่วมกัน โดยที่หนึ่งบริการนั้นอาจจะมีอ็อปเจ็กต์หลายๆ ตัวทำงานร่วมกันอยู่ภายใน

    4.              Windows Workflow Foundation (WF) เป็นเครื่องมือที่สร้างที่ใช้สร้างการไหลของงาน (Workflow) ที่เลียนแบบการทำงานจริงในองค์กร ซึ่งมีหลายแบบให้เลือก เช่น การไหลของงานแบบต่อเนื่อง (Sequential) จะต้องมีขั้นตอนการไหลที่เรียงต่อเนื่องกันจากต้นจนจบ หรือการไหลของงานแบบสถานะ (State) จะไม่มีขั้นตอนการทำงานที่แน่นอน ไม่มีจุดเริ่มต้น หรือจุดสิ้นสุด และสถานะของสิ่งต่างๆ ในระบบสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อมีข้อความมากระตุ้น ใน Visual Studio 2005 เราสามารถสร้างโปรเจค WF ที่มีการไหลของงานทั้งสองชนิดได้ ซึ่งหลังสร้างโปรเจคแล้ว เราจะสามารถสร้างหน้าจอออกแบบการไหลของเราเองได้ พร้อมกับมีคอนโทรลในกลุ่ม Windows Workflow อีก 28 ตัวให้เลือกใช้

       ในขณะนี้เราสามารถใช้ Visual Studio 2005 เพื่อสร้าง WPF WCF และ WF ได้แล้ว แต่ต้องทำการลง .NET Framework 3.0 และ Visual Studio 2005 Extension ซึ่งมีสองตัวคือตัวแรก WCF & WPF และตัวที่สอง WF สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://msdn2.microsoft.com/en-us/downloads/default.aspx สำหรับตัวแรก WCF & WPF นั้นยังเป็นเวอร์ชั่น Community Technology Preview (CTP) อยู่ในขณะที่ผู้เขียนกำลังเขียนอยู่ ซึ่งจะมีบั๊กอยู่บ้าง

    ที่มา th.wikipedia.org และ www.aspnetthai.com

    ที่ยกเรื่อง .NetFrameWork มากล่าวเพราะว่า เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากในการใช้ภาษา ASP.net ซึ่งปัจจุบันมีถึงเวอร์ 3.5